เปรต อสูรกายร่างสูงใหญ่

เปรต

       เปรต   ตามความเชื่อนั้นว่ากันว่าเป็นผีที่ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส โดยต้องทรมานกับความหิวโหยและความเจ็บปวดทางกาย เพราะตอนที่ยังเป็นมนุษย์นั้นได้ทำบาปกรรมหนักไว้มากมาย ทำให้กลับชาติมาเกิดตามผลกรรมที่ได้กระทำเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งการจะหลุดพ้นจากการเป็นเปรตนั้นต้องอาศัยเวลานานชั่วกัปชั่วกัลป์ และหากถ้าหากไม่ได้สั่งสมบุญวาสนาเพียงพอหรือไม่ได้รับการอุทิศส่วนกุศลจากผู้อื่น บุคคลนั้นอาจต้องทุกข์ทรมานเป็นเปรตไปตลอดกาล

เปรต

         การจะเกิดเป็นเปรตในโลกหน้านั้น มักเป็นผลมาจากการก่อกรรมทำเข็ญอย่างร้ายแรงเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เช่น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การทำร้ายผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และ ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ที่ถูกทำร้ายเป็นบุพการีของตนหรือเป็นพระสงฆ์ การพูดปด การลักทรัพย์ รวมถึงความโลภ เป็นต้น 

        หรือแม้กระทั่งเกิดขึ้นจากการที่บุคคลนั้นเคยเป็นสัตว์นรกที่เวียนว่ายอยู่ในนรกมาก่อน แต่ดวงวิญญาณยังไม่บริสุทธิ์พอที่จะไปเกิดในภพภูมิที่ดี จึงจำเป็นที่จะต้องชดใช้กรรมต่อ โดยจะต้องไปเกิดเป็นเปรตที่มีรูปลักษณ์ที่น่าเกลียด เช่น มีร่างกายเน่าเฟะเสมือนซากศพ หรือมีสิ่งปฏิกูลอยู่ทั่วร่างกาย มักจะหิวโหยอยู่ตลอดเวลา และส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ตามความเชื่อนั้นว่ากันว่า เปรตมีร่างกายและความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่ในขณะที่มนุษย์ทั่วไปเมื่อมองดูสายน้ำจะมองเห็นเป็นเพียงกระแสน้ำใส ๆ ธรรมดา แต่เมื่อเปรตจ้องมองแม่น้ำจะมองเห็นสิ่งน่าเกลียดน่ากลัว เช่น หนอง หรือ เลือด

เปรต 3

ทำอย่างไรถึงจะกลายเป็น เปรต ?

 โดยเปรตนั้นแบ่งเป็น 12 ประเภท ได้แก่ 

 
1. วันตาสาเปรต 
เปรตเหล่านี้เห็นมนุษย์ถ่มเสลด น้ำลายออกมา ต่างตื่นเต้นดีใจรีบตรงไปดูดเอาโอชะเสลดเป็นอาหาร เพราะชาติก่อนเป็นคนตระหนี่ขี้เหนียว เห็นผู้ใดอดอยากมาขออาหาร ก็พาลโกรธถ่มน้ำลายใส่ด้วยความรังเกียจ 

2. กุณปขาทาเปรต

ชอบซอกซอนหาซากศพสัตว์อึดเน่าเหม็นกินเป็นอาหารด้วยความหิวโหย เนื่องจากตอนที่ยังเป็นมนุษย์นั้นมีความตระหนี่ เมื่อมีผู้มาขอบริจาคทาน ก็แกล้งให้ของที่ไม่ควรให้เพื่อประชดประชัน

 
3. คูถขาทาเปรต
เปรตชนิดนี้ชอบเที่ยวแสวงหาอุจจาระของสิ่งมีชีวิตกินเป็นอาหาร เพราะตอนเป็นมนุษย์ มีความตระหนี่จัด เมื่อหมู่ญาติที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือผู้คนมาหาเพื่อขอความช่วยเหลือ ก็จะขับไล่ไสส่งให้ไปกินมูลสัตว์ ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ตายแล้วจึงไปเกิดเป็นเปรตชนิดนี้ 

4. อัคคิชาลมุขาเปรต 
เปรตประเภทนี้ มีรูปร่างผอมโซ มีเปลวไฟออกมาจากปากตลอดเวลา ทำให้ลิ้นเจ็บแสบร้อน เนื่องจาก
ตอนยังเป็นมนุษย์ มีความตระหนี่ขี้เหนียวอย่างมาก ก็แกล้งให้สิ่งของร้อนๆ เพื่อหวังจะแกล้งให้ผู้รับเข็ดหลาบ จะได้เลิกมาขอ

5. สุจิมุขาเปรต 
เปรตประเภทนี้ มีเท้าทั้งสองข้างใหญ่โต และคอยาวมาก แต่ปากเท่ารูเข็ม จะได้อาหารมาบริโภคแต่ละครั้งก็ไม่พออิ่ม เพราะเหล่าอาหารไม่สามารถผ่านช่องปากเข้าไปได้ สาเหตุมาจากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นคนตระหนี่ เมื่อมีใครมาขออาหาร ก็ไม่ให้ และไม่มีจิตศรัทธาถวายทานแก่ผู้มีศีล 


6. ตัณหาชิตาเปรต
เปรตเหล่านี้จะเดินตระเวนวไปเรื่อยๆ เพื่อหาอาหาร เมื่อมองไปเห็นหนองน้ำ ก็รีบวิ่งเข้าไปด้วยความดีใจ แต่พอไปถึง แหล่งน้ำนั้นกลับกลายเป็นสิ่งอื่น เพราะตอนยังเป็นคน มักจะหวงข้าวหวงน้ำ ไม่ให้คนอื่นได้ดื่มกิน 

7. นิชฌามักกาเปรต
เปรตประเภทนี้มีรูปร่างเหมือนต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ มีกลิ่นเหม็นเน่า มือและเท้าเป็นง่อย ริมฝีปากด้านบนห้อยทับริมฝีปากด้านล่าง ฟันยาว มีเขี้ยวออกจากปาก ผมยาวพะรุงพะรัง ยืนทื่ออยู่ที่เดิมไม่สามารถไปไหนได้ เนื่องจากตอนเป็นมนุษย์ เป็นคนใจหยาบ ชอบแสดงกิริยาอาการเยาะเย้ยถากถางผู้ทรงศีล  หรือขับไล่คนเหล่านั้นให้ได้รับความอับอาย 


8. สัพพังคาเปรต 
เปรตประเภทนี้ มีร่างกายใหญ่โต เล็บมือเล็บเท้ายาวคมเหมือนมีดดาบและงอเหมือนตะขอ ตะกายข่วนร่างกายตนเองให้ขาดเป็นแผลแล้วกินเลือดเนื้อของตนเองเป็นอาหาร เพราะตอนยังเป็นมนุษย์ชอบขูดรีดชาวบ้าน เอาเปรียบผู้อื่น หรือบางครั้งชอบรังแกหยิกข่วนบิดามารดา

9. ปัพพตังคาเปรต 
เปรตประเภทนี้ มีร่างกายใหญ่เหมือนภูเขา เวลากลางคืนสว่างไสวด้วยเปลวไฟ กลางวันเป็นควันล้อมรอบกาย ถูกไฟเผาคลอก นอนกลิ้งไปมาทุรนทุรายเหมือนขอนไม้ที่กลิ้งอยู่กลางไร่กลางป่า เนื่องจากตอนยังเป็นมนุษย์ได้เอาไฟเผาบ้าน เผากุฏิ วิหาร

10. อชครเปรต 
เปรตประเภทนี้ มีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เดียรัจฉาน เช่น เสือ ม้า วัว ควาย  ซึ่งจะถูกไฟเผาไหม้ทั่วร่างกายทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดเวลา  เพราะตอนครั้งยังเป็นมนุษย์เป็นคนตระหนี่ เมื่อเห็นผู้มีศีลมาเยือน ก็ด่าเปรียบเปรยท่านว่า เหมือนเป็นสัตว์เดียรัจฉานต่างๆ


11. เวมานิกเปรต 
เปรตประเภทนี้จะมีสมบัติเสวยสุขราวเทวดาในเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืนจะเสวยทุกข์ที่เกิดจากความตระหนี่ในทรัพย์ตามสมควรแก่กรรม เพราะครั้งยังเป็นมนุษย์มีศรัทธาทำบุญกุศลไว้มาก แต่ไม่รักษาศีล ไม่รักษากาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์

12. มหิทธิกาเปรต 
เป็นเปรตที่มีฤทธิ์และรูปงามดุจเทวดา แต่ว่าอดอยากหิวโหยอาหารอยู่ตลอดเวลา จะเที่ยวเดินไปยังสถานที่ต่างๆ เมื่อพบมูลสัตว์ หรือของสกปรกก็จะดูดกินเป็นอาหาร
เพราะตอนยังเป็นมนุษย์ บวชเป็นพระภิกษุสามเณร พยายามรักษาศีลของตนให้บริสุทธิ์ จึงมีรูปงามผุดผ่องราวเทวดา แต่ไม่ได้บำเพ็ญธรรม มีใจเกียจคร้านต่อการบำเพ็ญธรรมตามวิสัยของบรรพชิต 

เครดิตภาพ 

https://www.sanook.com/horoscope/217697/

https://www.sanook.com/horoscope/90283/

https://www.sofapublishing.com/bookstore/detail/SF_0000231

บทความที่คุณอาจสนใจ ผีปอบ อาถรรพ์ที่ย้อนกลับเข้ามาทำร้ายตนเอง

ผีตนอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ